
08 มีนาคม 2553
เคยฟังเพลง “ต้องโทษดาว” ของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย กันไหมคะ ไม่ใช่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ต้องโทษหญิงที่ชื่อดาวนะคะ แต่เป็นเรื่องของบรรยากาศที่ทำให้ต้องสารภาพรักออกไปต่างหาก (นั่น มุขเหรอ...เฮ้อ?)
พี่เบิร์ดร้องว่า
“บังเอิญคืนนั้นพระจันทร์สุดสวย บังเอิญตอนนั้นเหลือเธอกับฉันทั้งสายลมและแสงดาวก็เหมือนแกล้งกัน บังคับกันจนฉันทนไม่ไหว”
“ไม่มีทางหนีได้เลย ฉันเลยต้องเอ่ยปาก บอกรักเธอ รักเธอมานานแสนนานไม่อยากให้รู้ให้จำ ไม่อยากทำให้รำคาญ เพียงแต่คืนนั้น ทุกอย่างบอกฉันว่าต้องพูดความจริง”
อุตส่าห์เก็บงำความรู้สึกมาตั้งนาน แต่บรรยากาศมันบังคับ ถ้าไม่สารภาพรักตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปพูดตอนไหน เลยจัดไปเนียนๆ ว่า ไอเลิฟยู บรรยากาศช่างมีอิทธิพลเหลือเกินว่าไหมคะ? หรือจะยกอีกตัวอย่างจากต่างแดน ที่โกวเล้งกล่าวไว้ว่า
“ข้ามิได้พึงใจในรสชาติสุรา แต่ข้าพึงใจในบรรยากาศของการร่ำสุรา”
เห็นไหมคะว่าบรรยากาศนั้นสำคัญไฉน มีหลายต่อคนเลยที่ไม่ได้ชอบรสชาติของเหล้า ดื่มไม่เป็นหรอก รสชาติออกจะขมปี๋แสบคอ แต่ชอบไปนั่งอยู่ในวงเหล้า ฟังคนนั้นคนนี้คุยปล่อยมุขเอาบรรยากาศ สนุ๊กสนุก
(คำเตือน : การดื่มสุขทำให้เป็นโรคตับแข็ง)
อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับบรรยากาศ ทำอะไรก็ต้องดูบรรยากาศ บรรยากาศมีผลต่อการตัดสินใจ มีผลต่อการกระทำในอนาคตอันใกล้ บรรยากาศมันคืออะไร ทำไมมันสำคัญจังเลย ว่าม่ะ?
เอาง่ายๆ บรรยากาศที่เราเข้าใจกันเอง โดยไม่ต้องอ้างอิงพจนนุกรม บรรยากาศก็คงจะเป็นสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวในขณะนั้นที่สร้างให้เกิดความรู้สึกต่างๆ เรื่องของเรื่องที่หยิบเอาเรื่องนี้มาคุยกันในสัปดาห์นี้ ก็เป็นเพราะดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ต้องพึ่งบรรยากาศในการจะทำอะไรซักอย่าง อย่างในการที่ดิฉันจะเขียนเรื่องขึ้นมาซักเรื่อง บรรยากาศต้องเป็นใจด้วย หนึ่งคือต้องเงียบ สองต้องเย็น และสุดท้ายต้องยุงไม่กัด
เอ้า!! ทำเป็นเล่นไป ยุงเนี่ยละตัวทำลายบรรยากาศเลยนะคะ ลองจะทำอะไรซักอย่างแต่ต้องมานั่งเกา นั่งสะบัดอวัยวะไม่ให้ยุงกัดเนี่ย จบเลย แม้แต่ตัวเดียวบินผ่านหน้าไป หรือมาบินวนรอบหูเมื่อไร ดิฉันจะเกิดอาการคุ้มคลั่งทันที จับเอาคีย์บอร์ดมาเป็นตัวประกัน กรีดร้องอย่าข้ามานะ อย่าเข้ามานะ เหมือนคนเมายาบ้า หมดอารมณ์ ทำเสียบรรยากาศหมด งอน พาลจะไม่เขียนต่อเอาดื้อๆ
บรรยากาศสร้างได้ จัดฉากได้ และบรรยากาศสามารถเพิ่มมูลค่าได้ เหมือนศิลปะนั่นล่ะ สิ่งเดียวกัน กิจกรรมเหมือนๆ กัน แต่บรรยากาศต่างกันก็สามารถเรียกเงินออกจากกระเป๋าเราได้สบายๆ อย่างกาแฟสดร้อนๆ หนึ่งถ้วยนั่งดื่มอยู่หน้าปากซอยแก้วละ 30 บาท จิบไปพร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์รายวันที่มีแต่ข่าวอาชญากรรม พัดลมก็เสีย ได้กลิ่นป้าร้านข้างๆ กำลังทอดทอดมันอยู่ พร้อมกับได้ยินเสียงเด็กแว๊นเบิ้ลมอเตอร์ไซต์ แบบนี้ 30 บาทยังแพงไป
แต่ถ้ากาแฟแก้วเดียวกันแต่บรรยากาศเปลี่ยนไป เป็นร้านกาแฟน่ารักๆ แอร์เย็นๆ หรือโอเพ่นแอร์ก็ได้ค่ะ แต่เน้นเย็นๆ ลมพัดโชย มีเสียงโมบายกรุ๊งกริ๊งต้องลม มีร่มเงาไม้พัดไหวๆ เปิดเพลงเบาๆ กับนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค รับรองกาแฟแก้วละ 55 บาทยังถือว่าถูกไป เผลอๆ กินเสร็จยังไม่อยากลุกไปไหนสั่งอย่างอื่นมากินเพิ่ม เป็นการเรียกลูกค้าและเพิ่มมูลค่าจริงๆ นะคะว่าไหม
จะว่าไปทุกอย่างมันอยู่ที่บรรยากาศ อยู่ที่สิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ถ้าสิ่งแวดล้อมในการทำงาน มีแต่บรรยากาศเอาการเอางาน ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง ไอ้คนที่ไม่มีอะไรทำจะรู้สึกผิดทันที ไม่มีอะไรทำก็ต้องหามาทำให้ได้ คนอื่นเขาทำงานอยู่จะไปชวนเขาคุยคงใช่ที่ เพื่อนร่วมงานน่ารัก มีน้ำใจ เจ้านายน่าเกรงขาม สปอร์ต เลี้ยงข้าวตลอด องค์กรแบบนี้คงประสบความสำเร็จ ถึงโบนัสไม่ได้มากมายแต่ก็อยากจะอยู่นานๆ แต่ในทางกลับกันถ้าทำงานที่ไหนแล้วบรรยากาศไม่ปลอดภัยต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา เพื่อนร่วมงานเอาแต่จ้องจะนินทา ลุกไปห้องน้ำหน่อยลับหลังก็นินทาหาว่าอู้งาน เจ้านายโรคจิตใช้งานจนโงหัวไม่ขึ้น อะไรดีๆ บอกว่าทำเอง อะไรไม่ดีบอกว่าลูกน้องทำ ถึงจะให้เงินเดือนเยอะแค่ไหนแต่ก็ทนอยู่ไม่ได้นานแน่นอนค่ะ แบบนี้
เห็นไหมค่ะ ทุกอย่างเราพึ่งบรรยากาศไปหมดเลย อย่างตอนนี้ประเทศไทยของเราบรรยากาศมันอึมๆ ครึมๆ มึนๆ จะใส่เสื้อสีไหนตอนนี้ต้องคิดก่อน ขึ้นแท็กซี่ต้องลุ้นว่าจะเจอพวกไหน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นเดี๋ยวโดนไล่ตะเพิดลงจากรถ จะพูดคุยเรื่องการเมืองต้องเลี้ยวหน้าแลหลัง มันร้อนระอุแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อนจริงๆ ตอนนี้บรรยากาศประเทศเราไม่ค่อยน่าภิรมย์เท่าไหร่ ก็มีแต่คนไทยเท่านั้นที่จะทำให้บรรยากาศของประเทศไทยเป็นอย่างไร อยากให้น่าอยู่ อยากให้รื่นรมย์ อยากให้สงบ อยากให้ปลอดภัย ถ้าร่วมมือร่วมใจกัน คนไทยเท่านั้นค่ะที่ทำได้ จริงๆ นะ (มาจบเรื่องนี้ได้ไงหว่า)
By : HappyAnncan